วันพฤหัสบดีที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2553

บริเวณต่างๆในกรุงโซล

บริเวณต่างๆ ในกรุงโซล
พระราชวังเคียงบงกุง
บริเวณรอบพระราชวังเคียงบกกุงสุดปลายทางด้านเหนือของถนนเซจองโน เราะจะเห็นพระราชวังเคียงบกกุงตั้งโดดเด่นเป็นสง่า นี่คือพระราชวังเก่าแก่ที่สุดของราชวงศ์โชซอน ในบริเวณพระราชวังนี้เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์แห่งชาติเกาหลีและพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแห่งชาติ ณ ที่สองแห่งนี้นักท่องเที่ยวจะได้ชมลักษณะเด่น ๆ ทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของเกาหลีและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ในอดีต ไม่ว่าจะเป็นพระที่นั่งคึนจองจอน ศาลาเคียงฮวยรูซึ่งตั้งอยู่กลางสระ ศาลายางวอนจองหรืออาคารสิ่งปลูกสร้างอื่นหลายอาคาร ล้วนแล้วแต่แสดงถึงสถาปัตยกรรมอันงดงามและแวดล้อมด้วยทัศนียภาพเขียวขจีของสวนอันน่าอภิรมย์
ประตูจอนชุนมุนเป็นประตูด้านตะวันออกของพระราชวังเคียงบกกุง จะเปิดออกสู่ถนนซัมจองดองกิล ที่มีร้านขายฮันบก (ชุดประจำชาติ)  และหอแสดงศิลปะหลายแห่งทางด้านเหนือสุดของถนนซัมจองดองกิล ซึ่งยาวออกไป 1 กม.  ผ่านด้านหน้าของทำเนียบชองวาแด อันคึ้มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ซึ่งแผ่กิ่งก้านมาบรรจบกันตรงกลางถนนและมีสวนหย่อมตกแต่งงดงามอยู่ข้างทางหลายแห่ง จึงเป็นที่ที่จะเดินเล่นได้อย่างสบายอารมณ์ พอไปถึงปลายถนนเราก็จะเห็นกุงฮวา (สวนโรสออฟชารอน) และหอประชุมชุมชนเฮียวจาดองซารางบาง ซึ่งแสดงของกำนัลต่าง ๆ ที่ประธานาธิบดีคนก่อน ๆ ของเกาหลีได้รับ และประวัติโดยละเอียดของกรุงโซล
พระราชวังเคียงบกกุงสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1394 เพื่อเป็นพระราชวังหลักของราชวงศ์โชซอน (1392-1910) อันเป็นราชวงศ์ที่สถาปนาขึ้นโดยกษัตริย์แทโจ ในจำนวนพระราชวังทั้ง 5 ที่สร้างขึ้นในราชวงศ์นี้ พระราชวังเคียงบกกุงถือเป็นราชวังที่สวยงามและยิ่งใหญ่ที่สุด
พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านเกาหลีแห่งชาติชองวาแด บลูเฮ้าส์

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแห่งชาติเกาหลี
 ตั้งภายในพระราวังเคียงบกกุง ในพิพิธภัณฑ์มรการแสดงการดำเนินชีวิตของชาวเกาหลีสมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงสมัยราชวงศ์โชซอนและยังได้เครื่องใช้สอยในชีวิตประจำวัน เครื่องใช้ในพิธีจัดงานศพงานศิลปะชิ้นสำคัญ ๆ และหุ่นจำลองต่าง ๆ
ชองวาแด (บลูเฮ้าส์) นี่คือทำเนียบประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเกาหลี มีการนำเที่ยวชองวาแดตั้งแต่ ค.ศ. 1998 ทัวร์ส่วนตัวหรือแบบกลุ่ม
ถนนซัมจองดองกิล
 ตลอดเส้นทางของถนนสายนี้ จะมีแสดงผลงานทางศิลปะเช่น ฮุนได พิพิธภัณฑ์ศิลปะคึมโฮ ศูนย์ศิลปะอาร์ตซองเจ เป็นต้น นอกจากนั้นยังวัดเบิมเนียมซา พิพิธภัณฑ์ เครื่องแต่งกายเกาหลี ศูนย์วัฒนธรรมฝรั่งเศส ห้องสมุดจองดอง ร้านกาแฟ ร้านอาหารและร้านช่างฝีมือต่าง ๆ
บริเวณรอบพระราชวังถ๊อกซูกุง
 ตรงข้ามกับศาลากลางกรุงโซล คือพระราชวังถ๊อกซูกุง ซึ่งเป็นหนึ่งในห้าพระราชวังของราชวงศ์โชซอน (1392-1910) พระราชวังแห่งนี้เป็นที่ประทับของเจ้าชายวอลซาน (1454-1488) ซึ่งเป็นพี่ชายของกษัตริย์ซองจอง แต่ในยุคสมัยของกษัตริย์องศ์ต่อมาได้ใช้เป็นพระราชวังหลัก โดยเฉพาะในยุคของกษัตริย์โกจอง ซึ่งเป็นกษัตริย์องศ์ก่อนสุดท้ายของราชวังโซซอน ทรงประทับที่พระราชวังนี้ แม้แต่หลังจากที่ทรงถูกบังคับให้สละราชสมบัติโดยญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 1907 พระองศ์ทรงประทับอยู่ที่พระราชวังจนสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1919

 กษัตริญ์ซุนจองซึ่งเป็นโอรสและเป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายได้พระราชทานชื่อพระราชวังนี้ซึ่งเรียกในปัจจุบันว่าถ๊อกซูกุง (ซึ่งแปลว่า พระราชวังแห่งอายุยืนยาวและมั่นคง) ด้วยความหวังว่าพระราชบิดาจะทรงพระชนม์ยืนยาวที่นี่
 หากเลี้ยวออกไปด้านใต้ของพระราชวังจากถนนที่เต็มไปด้วยต้นไม้นี้ เราจะพบโบสถ์ของเมโทดิสต์ชื่อชุงดอง ซึ่งมีชื่อเสียงเป็นเวลาช้านาน และฝั่งตรงข้ามก็คือโรงละครชองดอง ซึ่งจะการแสดงตลอดปี ใกล้พระราชวังจะพบจุดที่คนนิยมไปชมกันมากนั่นคือ พระราชวังเคียงฮุยกุง หอศิลป์โซอนอิลโบ หอประชุมมุนวาอิลโบ โบสถ์แองกลิกันเก่าแก่ ที่ตั้งหน่วยทหารเดิมชาวรัสเซีย พิพิธภัณฑ์การเกษตร โรงละครทาและโรงละครโทเคบิ
เมื่อเดินมาสู่ประตูซุงเนมุน (ซึ่งรู้จักกันทั่วไป ว่านัมแดมุน หรือประตูใต้) จากประตูใหญ่ถ๊อกซูกุง เราจะมาถึงย่านซัมซุงพลาซ่า ซึ่งเป็นที่ตั้งของหอศิลปะโรแดงและศูนย์การค้า ส่วนอีกด้านหนึ่งของประตูซุงเนมุน คือตลาดนัมแดมุน ซึ่งเต็มไปด้วยร้านขายส่งและขายปลีกนับร้อยร้าน และเป็นที่พึงพอใจที่สุดสำหรับชาวต่างชาติ
พระราชวังถ็อกซูกุง

บริเวณพระราชวังถ็อกซูกุงจะมีสิงก่อสร้างที่น่าชมเป็นอันมากเช่น ประตูหลักแทฮันมุน พระที่นั่งชุงวาจอนและท้องพระโรง และซกโชจอนอันเป็นสิงก่อสร้างแนวตะวันตกแห่งเดียวในบรรดาพระราชวังต่าง ๆ ในเกาหลี
โรงละครชองดง
เป็นโรงละครแห่งแรกที่แสดงละครแบบเก่า มีการแสดงศิลปะพื้นบ้านทุกวัน การแสดงหลัก ๆ คือ ระบำกลอง พันซอรี (เพลงเล่าเรื่องร้องเดี่ยว) ซันโจ ฮับจู (เป็นทำนองวงดนตรีเล่นจากเครื่องดนตรีของเกาหลี) ซามุลลอริ (ดนตรีเคาะจังหวะมีผู้เล่น 4 คน)  ระบำดาบและระบำพัด และอื่น ๆ

หอศิลป์โรแดง หอศิลป์โรแดง ติดอันดับ 8 ของโลกและเป็นที่ 2 ในทวีปเอเชีย และแสดงผลงานของโอกุสต์
โรงละครนันทา
 โรงละครนันทาคือสถานที่เดียวที่แสดงด้วยเครื่องครัว การแสดงที่ให้จังหวะสนุกสนานนี้ ได้ชนะการประกวดนานาชาติมาแล้ว เป็นการแสดงที่ใช้เครื่องใช้ในครัวและภาชนะได้แก่ หม้อ กระทะ กระป๋องขยะ ด้ามไม้กวาด และตะเกียบและที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่งคือการ หั่นผักบนเขียงด้วยมีดที่คมกริบ
ร้านค้าย่านอินซาดง


บริเวณรอบอินซาดง
หากอยากสัมผัสวัฒนธรรมประเพณีแบบเกาหลีในใจกลางเมือง เชิญเยี่ยมชมอินซาดง ที่ซึ่งมีทั้งห้องแสดงงานศิลปะ ร้านขายเครื่องแกะสลักแบบพื้นเมือง ร้านขายวัตถุโบราณภัตตาคารและร้าน้ำชาตามแบบเกาหลี นับเป็นสถานที่สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพบกับวัฒนธรรมเกาหลีแบบดั้งเดิม นอกจากนี้ แถบนี้ยังเป็นแหล่งวัตถุโบราณ ทั้งภาพเขียนเก่าแก่ งานเครื่องปั้นดินเผา งานกระดาษ และเครื่องเรือนเก่า มีอยู่ที่นี่ทั้งหมด ห้องแสดงงานศิลปะในช่วงราว ๆ ทศวรรษที่ 70 ในอินซาดง ทำให้ที่นี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมอย่างแท้จริง เมื่อครั้งที่พระราชินีลิซาเบธที่ 2 เสด็จเยือนอินซาดงในปี 1999 นั้น ท่านได้ตรัสชมเชยงานศิลปะโบราณที่ท่านได้ทอดพระเนตรอย่างมากมาย ในช่วงเสาร์อาทิตย์อินซาดงมีตลาดนัดขายของเก่า เครื่องประดับ และงานศิลปะต่าง ๆ ซึ่งสินค้าในตลาดนัดไม่ได้มีเฉพาะสินค้าเกาหลีเท่นั้น นักท่องเที่ยวยังสามารถพบผลิตภัณฑ์จากทั่วทุกมุมโลกได้ที่นี้ด้วยเช่นกัน
ติดกับอินซาดง นากวันอาเขต เป็นทางเดินซื้อของสองข้างทางจะเป็นตลาดเครื่องดนตรี ร้านขนม และของประณีตต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีพระราชวังอึนเฮียนกุง ที่อยู่ของผู้สำเร็จราชการ แดวอนกุนในสมัยราชวงศ์โชซอน ผู้ซึ่งปิดประตูอาณาจักรต่อชาวต่าง ๆ ชาติ โชเกวา ซึ่งเป็นวัดหลักนิกายพุทธที่สำคัญของเกาหลี ที่เรียกว่า โชเกจอง ในวัดนี้นักท่องเที่ยวสามารถชมพิธีสวดมนต์แบบศาสนาพุทธในบรรยากาศที่อบอวลๆปด้วยกลิ่นหอมของธูป ถนนที่ผ่านวัดโชเกซานั้น เต็มไปด้วยร้านขายไม้เคาะ  ระฆังไม้ เสื้อคลุมสีเทา ลูกประคำ ธูป เครื่องทองเหลือง และสินค้าที่เกี่ยวพุทธศาสนาต่าง ๆ
ในเวลาเดียวกัน ถ้าเดินเลยไปทางด้านสถานีชงกักของรถใต้ดินสาย 1 เราจะพบหอคอยชงโน ซึ่งเมื่อขึ้นไปแล้วจะเห็นทัศนียภาพของกรุงโซลในยามค่ำคืน เลยจากหอคอยชงโน คือหอระฆังโพชินกักเก่าแก่
ห้องแสดงงานศิลปะ
ห้องแสดงงานศิลปะในอินซาดงนี้ มีมาตั้งแต่ในยุคทศวรรษที่70 และในปัจจุบันนี้ มีอยู่กว่า 70 แห่งห้องแสดงงานศิลปะเหล่านี้ จัดแสดงและจำหน่ายงานศิลปะโบราณและงานศิลปะสมัยใหม่บางแห่งจำหน่ายทั่งผลงานของศิลปะอาชีพและศิลปะสมัคเล่น เป็นหอศิลป์ที่มีสถานที่แสดงนิทรรศการในตัวอาคารถึง 3 แห่ง และมีสถานที่แสดงนิทรรศการกลางแจ้งอีก1  แห่ง นอกจากนั้นยังมีร้านน้ำชาแบบเกาหลี และสวนจัดแสดงและจำหน่ายงาฝีมือทั้งเก่าและใหม่ มีทั้งร้านโลหะ เครื่องปั้นดินเผา สิ่งทอและงานย้อมรวมงานฝีมือจากกระดาษข้าว และยังมีศูนย์ศิลปะซึ่งเป็นศูนย์รวมของงานศิลปะมีหอแสดงนิทรรศการถึง 4 หอ และจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง
ร้านน้ำชาแบบเกาหลี

ภัตตาคารและร้านน้ำชาแบบเกาหลี
ที่อินซาดงนี้ มีภัตตาคราและร้าน้ำชาแบบเกาหลีอยู่ทั่วทุกมุมเมือง ถึงแม้ว่าบางแห่งจะดูเป็นร้านแบบสมัยใหม่ แต่แทบทุกร้านก็มีรสชาติเป็นอาหารพื้นเมืองอย่างแท้จริง ห้องอาหารมีบริการมังสวิรัติ มีการแสดงพื้นเมืองให้ชม ภัตตาคารเป็นร้านอาหารที่มีชื่อเสียงในเรื่องของกาหราเกาหลีแบบโฮมเมด บริการน้ำชาแบบเกาหลี ไวน์ และอาหารทั้งอาหารเกาหลี และอาหารในบรรยากาศบ้านฮันนอกประยุกต์ ห้องอาการขึ้นชื่อเรื่องซุบเกี๊ยวมันกูกุก มีชื่อเสียงในเรื่องของก๋วยเตี๋ยวน้ำคัลกุกซู ร้านน้ำชาที่เสนอในรูปแบบ นั่งสมาธิแบบเกาหลี ที่เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาดื่มชา ที่มีผู้ฝึกสอนทำสมาธิ นอกจากนี้ ความสนุก สนานอีกอย่างหนึ่งที่จะพบได้ในอินซาดงก็คือ การลองชิม โฮต๊อก ซึ่งเป็นแพนเค้กสอดไส้แบบจีน และลูกกวาดกุลทาเร ซึ่งสามารถซื้อได้ได้จากแผงลอยริมทางทั่วไป
พระราชวังอึนเฮียนกุง
เป็นที่ประทับของเชื้อพระวงศ์ในสมัยซอน ซึ่งประกอบไปด้วยอาคารที่สวยงามมากมาย เมื่อกษัตริย์โกจอง ซึ่งเป็นกษัตริย์องค์ก่อนองค์สุดท้ายประสูติและมีพระชนมายุได้ 12 พรรา พระราชบิดาซึ่งทรงพระมานว่า แดวันกุน ได้ดูแลงานของประเทศ ในฐานะผู้สำเร็จราชการเป็นเวลาถึง 10 ปี ในวันเสาร์สุดท้ายของเดือนเมษายน และเดือนตุลาคมของแต่ละปี จะมีการแสดงจำรองพิธีอภิเษกสมรสของกษัตริย์โกจองและพระราชินีเมียงเซิง
หอระฆังโพซินกัก นี่คือหอเก็บระฆังสูงถึง 3.18 เมตร ทำด้วยทองสัมฤทธิ์หล่อขึ้นแต่แต่ต้นสมัยซอน ตัวระฆังปัจจุบันนี้เก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ ระฆังนี้จะดังขึ้นทุกวันปีใหม่ วันขบวนการกอยกู้อิสรภาพและวันฉลองอิสรภาพ
หอคอยชงโนภายในวัดชงเกซา

หอคอยชงโน
 เป็นที่หมายโดดเด่นอันใหม่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโซลโดยมีสถาปัตยกรรมเฉพาะตัวและเมือขึ้นไปในยามค่ำคืน จะเห็นทัศนียภาพที่น่าอัศจรรย์ใจทีเดียว ชั้นบนสุดจะเป็นร้านอาหารและคาเฟ่ ซึ่งมีกำแพงเป็นกระจกรอบด้านทำให้เราทานอาหารและชมแสงสีแห่งกรุงโซลในยามค่ำคืน นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารนานาชาติ และวงดนตรีแจ๊ซซ์แสดงอีกด้วยที่ชั้นใต้ดินเรียกว่ามิลเลเนียมพล่าซ่าอันเต็มไปด้วยภัตตาคารและร้างรวงต่าง ๆ
วัดโชเกซา
 วัดส่วนใหญ่ในเกาหลีจะตั้งอยู่ในภูเขา แต่วัดนี้กลับตั้งอยู่ใจกลางเมือง ก่อนถึงวันประสูติพระพุทธเจ้าซึ่งตรงกับวันที่ 8 เดือนที่4 ของปีจันทรคติ นั้นจะมีขบวนแห่โครมไฟรูปดอกบัว ซึ่งตั้งต้นที่สนามกีฬาทงแดมุนเคลื่อนไปตามถนนชงโนและไปสิ้นสุดที่วัดโชเกซา
โบสถ์เมียงดงสวนนัมซาน
บริเวณรอบเมียงดง
 เมียงดงได้ชื่อว่าเป็นศูนย์แฟชั่นชั้นนำของเกาหลีที่นี่มีทั้งห้างสรรพสินค้าล็อตเต้ และห้างสรระสินค้าชินเซแก และร้านมิกลิออร์ ซึ่งตั้งอยู่ทั้งใต้ดินและบนดิน ขายเครื่องแต่งกายสำเร็จรูป รองเท้า เครื่องใช้เครื่องประดับ และเครื่องสำอางเป็นที่พึงปรารถนาของนักซื้อนักแต่งตัวทั้งหลายตามตรอกด้านหลังจะมีร้านกาแฟและร้านอาหารเพื่อแวะรับประทานอาหารได้ก่อนไปซื้อของต่อ
 สุดปลายถนนเมียงดง ซึ่งเป็นพื้นที่เป็นเนินมีโบสถ์เมียงดง ถือว่าเป็นศูนย์กลางของศาสนาคาทอลิกในเกาหลี เลยไปอีกอึดใจเดียวคือสมาคมวายดับเบิลยูซีเอ ซึ่งมีกิจกรรมหลากหลายเพื่อเสริมสร้างกิจกรรมและสิทธิของสตรี
โบสถ์เมียงดง โบสถ์นี้สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1898 และเป็นตึกก่ออิฐถือปูนแนวตะวันแห่งแรก สร้างแบบเรอเนสซองส์ใหม่ และมีหอระฆังสูง 45 เมตร

บริเวณรอบสวนนัมซาน สวนนัมซานตั้งอยู่บนเนินเขานัมซาน ที่นี่ก็เป็นที่ตั้งของหอคอยแห่งกรุงโซล ซึ่งการที่ตั้งอยู่บริเวณสวนทำให้ทัศนียภาพ จากบนหอคอยไม่มีอะไรบังและมองได้กว้างไกล ที่ฐานของหอคอยก็คือศาลาแปดเหลี่ยม ปาลกั๊กจอง สวนสัตว์เล็ก ๆ สวนพฤกษชาติ ห้องสมุดสาธารณนัมซาน อาคาร อนุสรณ์ ผู้รักชาติอังชุงกุน และสถานที่อำนวยความสะดวกอันหลากหลาย สวนสำหรับออกกำลังกายและเดินพักผ่อนหย่อนใจยามที่เหน็ดเหนื่อยจาการงานหรือการเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ เราสามารถผ่อนคลายที่สถานที่แห่งนี้ได้ที่เดียว
 การขึ้นไปบนเขานัมซานก็สามารถทำได้โดยง่ายอาจขึ้นกระเช้าไฟฟ้าจากเนินเขา บางอาจชอบเดินขึ้นตามบันไดผ่านสวนพฤกษศาสตร์นัมซานไปทางศาลาปาลกั๊กจอง ขึ้นไปจนถึงหอคอยภายในหอคอยนี้มีพิพิธภัณฑ์ความเป็นแบบพื้นบ้านชุมชนโลก โรงภาพยนตร์สามมิติ และภัตตาคารซึ่งบริการอาหารประเภทผักจากภูเขาพร้อมการแสดงศิลปะพื้นเมือง
 ทางด้านเหนือของเนินเขานี้ จะเป็นแหล่งของวัฒนธรรมเกาหลีที่โคเรียเฮ้าส์ จะบริการอาหารพื้นเมืองและได้ชมการแสดงต่าง ๆ  ในบรรยากาศที่หรูหรา ที่หมู่บ้านนัมซานกล ฮันอก เราจะเห็นบ้านดั้งเดิมที่ได้ตกแต่งใหม่และนำกลับมาไว้ที่นี้หลายปีแล้ว เราจะได้เห็นชีวิตแบบพื้นเมืองของชาวเกาหลี โรงละครแห่งชาติ ก็เป็นอีกแห่งหนึ่งที่เราจะได้ชมทั้งละครและการเริงระบำหลากชนิดตลอดปี สำหรับผู้ที่อยากเรียนรู้พิธีการ๙งชา การทำอาหารและการปฏิบัติตัวให้ถูกต้องในเกาหลี
หอคอยโซลหมู่บ้านนัมซานกลฮันอก
หอคอยโซล (N-Tower)
 เมื่อเราขึ้นไปหอคอยแห่งกรุงโซล เราจะเห็นทัศนียภาพทั้งหมดของกรุงโซล และที่บนสุดของหอคอยก็จะมีหอดุดาวและภัตตาคารหมุนได้รอบ 360 องศา มีพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแห่งโลกอันเป็นที่เก็บวัตถุโบราณที่หายากและมีค่ามากกว่า 20,000 ชิ้นจาก 150 ประเทศ และมีโรงภาพยนตร์ 3 มิติด้วย
หมู่บ้านนัมซานกลฮันอก
 หมู่บ้านที่งดงามนี้เป็นลักษณะเฉพาะเกาหลี หรือฮันอก ในสมัยราชวงศ์ โชซอน บ้านพวกนี้ถูกรื้อออกจากที่เดิมกระจายอยู่รอบๆ กรุงโซลนำมาประกอบขึ้นใหม่อย่างสมบูรณ์

โคเรียเฮ้าส์
 โคเรียเฮ้าส์ คือตัวอย่างที่ดีที่สุดของสถาปัตยกรรมแท้ ๆ ของเกาหลีซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับอาหารขึ้นโต๊ะแบบเกาหลีและการแสดงดนตรีและการเริงระบำประจำชาติเกาหลี รวมทั้งสามารถซื้อผลิตภัณฑ์จากช่างฝีมือเกาหลี
โรงละครแห่งชาติ
 โรงละครแห่งนี้อิงแอบอบู่บนเนินเขาของภูเขานัมซานในกรุงโซลและมีโรงละครใหญ่น้อยหลายโรงพร้อมด้วยเวทีกลางแจ้ง ที่นี่เป็นเสมือนกองบัญชาการของคณะนาฎลีลาแห่งชาติและคณะนักร้องแห่งชาติคณะช่างกึกและคณะดุริยางค์แห่งชาติเป็นต้น
เจเจมาฮันนี่ส์
 เจเจมาฮันนี่ส์เป็นที่เที่ยวยามค่ำคืนที่ได้รับความนิยมของโรงแรมแกรนด์ไฮแอตโซล ซึ่งที่ทั้งความสนุกสนานและความตื่นเต้นในบรรยากาศที่แตกต่างกันถึง 9 แบบ
ตลาดนัมแดมุนทงแดมุน
ตลาดนัมแดมุน
 เพียงเดินเท้าไม่กี่นาทีจากประตูนัมแดมุนอันเก่าแก่ของกรุงโซล เราก็จะเห็นตลาดกลางแจ้งซึ่งใช้ชื่อเดียวกัน ตลาดนี้อยู่ใกล้ตัวเมืองและโรงแรมใหญ่ ๆ และเป็นที่จำหน่ายสินค้าที่เลือกสรรอย่างดีของประเทศ ประวัติของตลาดนี้เก่าแก่ไปถึงราชวงศ์โชซอนทีเดียว และจากสมัยนั้นมาจนปัจจุบันนี้ตลาดนี้ก็เป็นศูนย์การค้าระหว่างเขตเมืองและเขตชนบท
 ตลาดนัมแดมุนเป็นศูนย์การค้าส่งและเราจะกาสินค้าได้ทุกชนิดที่ต้องการเช่น เสื้อผ้า รองเท้าหลากหลายแบบ เครื่องใช้ในบ้าน อาหาร ดอกไม้ เครื่องมือ ผมปลอม เครื่องแก้ว เครื่องใช้ เครื่องประดับ ของขวัญ เครื่องกีฬา กระเป๋าเสื้อผ้าวัสดุก่อสร้าง เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องเรือน เป็นต้น
 ตลาดนี้มีชื่อเสียงมานานในความเป็นตลาดกลางแจ้งแต่สถาพของมันกำลังถูกเปลี่ยนไปใหม่ด้วยการเป็นศูนย์กลางการช็อปปิ้งสมัยไม่เช่นเมซา

ตลาดทงแดมุน
 ที่ตลาดนี้เราสามรถซื้อข้าวของและต่อราคาได้อย่างสนุกที่เดียว เพราะมีร้านรวงมากมาย มีห้างขายเสื้อผ้าที่ทันสมัยอยู่ด้วยด้วยนับ 10 ร้านหรือมากกว่านั้น ตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศแบบโบราณ บางร้านเปิด 24 ชั่วโมงและมีแสงสีและดนตรีตลอดคืน
 สินค้าที่มีมากที่สุดในตลาดนี้คือ ผ้า เครื่องแต่งกาย เครื่องหนัง ชุดสุภาพสตรีและเด็ก เครื่องนอน เครื่องใช้ในบ้าน รองเท้า เครื่องกีฬา
 ตลาดทงแดมุนกลายมามีชื่อเสียงในเรื่องราคาร้านต่าง ๆ เช่น Migliore ตึก Doosan Tower hello apM Blue Gate และ Designer Club และเน้นลูกค้ากลุ่มวัยรุ่นเป็นหลัก
บริเรณรอบถนนแทฮังโน เมื่อแปลตามตัวอักษร “แทฮังโน”จะหมายถึง “ถนนมหาวิทยาลัย”เพราะเคยมีวิทยาลัยศิลปะของมหาวิทยาลัยแห่งชาติกรุงโซลตั้งอยู่จนถึงกลางทศวรรษ 1970 ซึงปัจจุบันเป็นที่ตั้งของสวนมารอนนีเยแทฮังโนคือแหล่งของการแสดงทางศิลปะของเกาหลี สามารถเรียกได้ว่าเป็นบรอดเวย์ตะวันออกทีเดียวรอบสวนมารอนนีเย เต็มไปด้วยโรงละคร หอศิลป์ ร้านกาแฟ โรงเตี๊ยมพื้นบ้านและภัตตาคาร
 ส่วนกลางแจ้งนั้นก็มีการแสดงงานปั้น งานวาด และการแสดงศิลปะบนเวทีที่ทำขึ้นชั่วคราวง่าย ๆ ริมถนน โรงละครประมาณ 40 โรงและพิพิธภัณฑ์หลาย ๆแห่ง สามารถดึงดูดหนุ่มสาวมากมายมาขาดสายท่ามกลางถนนที่คึกคักและน่าตื่นตาตื่นใจนี้ มีบริเวณอันเงียบเรียกว่า อิวาจัง (ริวาจัง) ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นคฤหาสน์ของประธานาธิบดีคนแรกของเกาหลี คือ ซึงมันรี ซึ่งปัจจุบันนี้ได้ถูกเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์
 ใกล้ๆ กันยัง ศาลบรรพบุรุษชงเมียว และพระราชวังชางเกียงกุง มีถนนตัดผ่านชงเมียวและชางกียงกุง เป็นถนนที่คึกคักทีเดียว ถนนนี้ก็เปิดออกดูกว้างขึ้นเพราะเลยออกไปมีทางเดินข้ามสะพานและมีสวนทั้ง 2 ด้าน และก็ยังมีพระราชวังชางด๊อกกุงพร้อมด้วยสวนด้านหลัง มีชื่อว่าฮูวอน (หรือ พีวอน “สวนลับ”) ชงเมียว และชางด๊อกกุง ปัจจุบันนี้ได้รับการสถาปนาเป็นมรดกวัฒนธรรมโลกขององค์การยูเนสโกจุดที่น่าสนใจทางประวัติศาสตร์อีกจุดหนึ่งที่อยู่ใกล้ ๆ คือ ซุงเคียนควาน อันเป็นมหาวิทยาลัยสอนลัทธิขงจื้อ ตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1398 ต้นสมัยราชวงศ์โซซอน
ศาสนสถานชงเมียว
 ศาสนสถานนี้เป็นสิ่งก่อสร้างหนึ่งในสามของสถาบันแห่งรัฐในสมัยราชวงศ์โชซอน เช่นเดียวกับพระราชวังหลักเคียงบกกุง และซาจิคดาน ซึ่งอยู่ในสวนซาจิคดานและเป็นที่ตั้งศาลบูชาพระเจ้าแห่งแม่พระธรณีและผลิตผลทางเกสร ที่ชงเมียว เราจะเห็นภาพของพระองศ์แห่งราชวงศ์โชซอน
 ในปัจจุบันวันอาทิตย์แรกของเดือนพฤษภาคม จะมีพิธีบูชาอย่างเคร่งครัด และปราศจากความฟุ่มเฟือยใด ๆ ทั่งสิน ดนตรีและการร่ายรำแบบโบราณเป็นการรักษาพิธีอันเก่าแก่ไว้ ชงเมียวและชางเกียงกุง เชื่อมต่อกันด้วยสะพานคนเดิน และนักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวชมสถานที่ทั้งสองแห่งนี้ได้ด้วยค่าเข้าชมเพียง 1000 วอน
พระราชวังชางเคียงกุง
 พระราชวังเริมสร้างขึ้นในสมัยกษัตริย์เซจง โดยสร้างให้กับพระราชบิดา หลังสละราชบัลลังค์ มีพระมานว่าพระเจ้าแทจอง และพระราชวังนี้ก็เป็นที่อาศัยของราชินีและนางสนม ช่วงสมัยการปกครองของกษัตริย์เซจงพระราชวังแห่งได้รับการบูรณะและเปลี่ยนชื่อมาเป็น พระราชวังซางเคียงกุง
 ในช่วงการยึดครองของญี่ปุ่น พระราชวังได้กลายเป็นสวนพฤกษศาสตร์ และมีสวนสัตว์ด้วย ในท่าสุดมีการย้ายสวนสัตว์ออกและพระราชวังนี้จึงกลับงามสง่าอย่างเดิม พระราชวังนี้มีความเด่นอยู่ที่ประตูใหญ่และพระที่นั่งหันไปทางตะวันออกในขณะที่พระราชวังอื่นๆ ล้วนหันไปทางทิศใต้หมด
พระราชวังชางด๊อกกุงและฮูวอน
 พระราชวังนี้ได้เป็นพระราชวังหลัดโดยกษัตริย์ราชวงศ์โชซอนหลายพระองศ์ และพระราชวังที่ได้รับการทำนุบำรุงดูแลดีที่สุดในหมู่พระราชวัง ทั้ง 5 แห่งพระราชวังเป็นที่รู้จักกันดีเพราะมีสวนที่สวยงามมาก ที่สร่างขึ้นให้กับราชวงศ์ สวนฮูวอนหรือ พีวอน มีทัศนียภาพที่งดงาม มีศาลา สระน้ำและสวนป่าทุก ๆวันจะมีการจัดนำเที่ยวพระราชวังและสวน
อีวาจัง หรืออนุสรณ์สถานซึงมานรี
 อีวาจังหรือรีวาจังเป็นคฤหาสน์แบบเฉพาะของเกาหลี ที่สร้างขึ้นในช่วงปี  ค.ศ. 1930 ดร. รี พักอยู่ที่นี่ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1947 จนกระทั้งย้ายไปอยู่ที่เกียงมูแด ในวันที่ 15 สิงหาคม ค.ศ. 1948 ท่านผู้นี้เป็นประธานาธิบดีคนแรกของเกาหลี ที่คฤหาสน์นี้มี่การแสดงข้าวเครื่องใช้ซึ่งท่านและภรรยาท่านเคยใช้
ซุงเคียนควาน 
 นี่คือสถานบันการศึกษาอันสูงส่งในการศึกษาคำสอนของลัทธิขงจื้อในสมัยราชวงศ์โชซอนสถาบันรับนักศึกษาที่ได้รับความสำเร็จทางการศึกษาจากทั่วประเทศเกาหลีประมาณ 200 คน ณ ที่นี่จะมีห้องบรรยาย ที่พัก ศาสนถานของลัทธิขงจื้อ และผู้รู้ลัทธิขงจื้อ ใบฤดูใบไม้ผลิ และใบไม้ร่วงของทุกปี จะมีการจัดพิธีรำลึกถึงขงจื้อที่ศาลาดังกล่าว
บริเวณรอบซินชน
 ซินชนคือบริเวณที่ตั้งของมหาวิทยาลัยใหญ่ทั้งสามอันได้แก่ มหาวิทยาลัยยอนเซ มหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา และมหาวิทยาลัยโซกัง ที่รี่มีร้านค้ามากมายไม่ว่าจะเป็นกาแฟ ร้านอาหาร ร้านขนม ร้านเสริมสวย ร้านเสื้อผ้า เครื่องประดับและสินค้าแฟชั่นอื่น ๆ โรงละครสำหรับการแสดงสด แจ๊ซซ์ คาเฟ่ ร็อกคาเฟ่ และไนต์คลับ รวมทั้งห้างสรรพสินค้า และศูนย์การค้าต่าง ๆ เป็นแหล่งของนักศึกษามหาวิทยาลัย หรือใครๆก็ตามที่รู้สึกว่าตัวเองยังเป็นหนุ่มสาว
ถนนมหาวิทยาลัยยอนเซ
 ถนนสายนี้มุ่งตรงจากสถานีรถไฟใต้ดินซินชนสู่มหาวิทยาลัยยอนเซ มีถนนสายเล็กมาหมายที่แยกออกจากถนนใหญ่เหมือนรากแขนงของต้นไม้ ในปี ค.ศ. 1999 ถนนมหาวิทยาลัยยอนเซนี้ ได้รับเลือกให้เป็น ถนนชวนเดิน และนับตั้งแต่นั้น ถนนซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีสายนี้ก็ได้รับการพัฒนายิ่งขึ้นไปกว่าเดิม เป็นถนนที่แนะนำอยู่ในแผนที่ท่องเที่ยว และมีการประชาสัมพันธ์ทางธุรกิจมากมาย นักท่องเที่ยวที่ผ่านไปยังถนนสายนี้สามารถแวะรับประทานอาหารได้ที่ภัตตาคาร ร้านกาแฟ และร้านค้ามากมาย ในตอนบ่ายก็มีอาหารว่างริมทางวางขายให้ได้ลิ้มลอง และทุกเดือนพฤษภาคม ถนนสายนี้ก็จะเปี่ยมไปด้วยความมีชีวิตชีวาของเทศกาลวัฒนธรรมซินชน

สถานที่ท่องเที่ยวบริเวณใกล้เคียง(สวนอิสรภาพ)
 สวนนี้ตั้งอยู่ติดกับสถานีทงนิมมุน ตามเส้นทางรถไฟใต้ดินสาย 3 ที่ซอแดมุนกู  ซึ่งประด้วยประตูแห่งอิสรภาพ อาคารแห่งประวัติของเรือนจำซอแดมุน ประตูทงนิมมุนสร้างขึ้น ค.ศ. 1879 เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นที่จะปลดปล่อยตนเองจากการแทรกแซงของชาวต่างชาติ ประตูที่ทำด้วยหินแกรนิต จำลองจากประตูชัยของปรารีสส่วนประวัติของอาคารเรือนจำซอแดมุน ก็คืออาคารคุกนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1908 โดยชื่อว่าเคียงซองและเป็นซึ่งที่ผู้รักชาติหลายคนถูกทรมานและประหารในยุคที่ญี่ปุ่นยึดครองเกาหลีเป็นอาณานิคมของตน ในอาคารทั้ง 2 ชั้นมีการแสดงประวัติ การต่อสู้ของชาวเกาหลี เพื่อปลดแอกจากอาณานิคมชาวญี่ปุ่น โลงศพที่ฝังอยู่ในกำแพง คุกขังเดี่ยว ห้องทรมานและฉากการทรมานอย่างโหดเหี้ยม และการแสดงที่น่าสนใจอื่นๆ ห้องขังต่าง ๆ และแดประหารอันน่าสยดสยอง จะเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น